สินค้าส่งออกจากไทยหนึ่งตู้ ก่อนจะถึงมือผู้ซื้อที่ปลายทาง ต้องผ่านมือหลายฝ่าย ทั้งสายเรือ รถหัวลาก ท่าเรือ ศุลกากร บริษัทประกันภัย และตัวแทนในประเทศปลายทาง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีเวลาหรือความชำนาญพอจะประสานงานทุกจุดด้วยตัวเอง ผู้ที่ทำหน้าที่เชื่อมทุกฝ่ายเข้าด้วยกันคือ Freight Forwarder บทความนี้อธิบายว่า Forwarder คืออะไร ทำอะไรบ้าง มีบทบาทต่อการขนส่งและเศรษฐกิจไทยอย่างไร และทำไมผู้ส่งออก-นำเข้าจำนวนมากเลือกใช้ Met-Logs
Read in English: What Is a Freight Forwarder?
สรุปใน 30 วินาที
- Freight Forwarder คือผู้ออกแบบและประสานการขนส่งสินค้าตลอดเส้นทาง ตั้งแต่จองระวาง จัดรถ ทำเอกสาร ไปจนถึงพิธีการศุลกากร โดยไม่จำเป็นต้องมีเรือหรือเครื่องบินเป็นของตัวเอง
- ไทยพึ่งการค้าระหว่างประเทศสูง ปี 2568 ส่งออก 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีตู้สินค้าผ่านท่าเรือของ กทท. 11.43 ล้าน TEU
- “ชิปปิ้ง” ที่คนไทยเรียก มักหมายถึงตัวแทนออกของ (Customs Broker) ซึ่งเป็นงานส่วนหนึ่งของ Forwarder ไม่ใช่งานทั้งหมด
- Met-Logs มี 4 จุดเด่น หัวลากเป็นของตัวเอง รถใหม่ เครือข่าย Agent ทั่วโลก และผู้ชำนาญการศุลกากรประจำสำนักงาน

Freight Forwarder คืออะไร
Freight Forwarder หรือตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คือผู้ที่ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าว่าจ้างให้จัดการเรื่องการขนส่งทั้งเส้นทาง Forwarder จะซื้อพื้นที่ระวางจากสายเรือหรือสายการบิน จัดรถรับและส่งสินค้า ดูแลเอกสาร และประสานกับศุลกากรและตัวแทนปลายทาง ลูกค้าติดต่อ Forwarder จุดเดียว แทนที่จะต้องติดต่อและต่อรองกับแต่ละฝ่ายเอง
ข้อสำคัญคือ Forwarder ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเรือหรือเครื่องบิน หน้าที่หลักคือการวางแผนและประสานงาน จึงเลือกสายเรือ เส้นทาง และรอบเรือที่เหมาะกับสินค้าและงบประมาณของลูกค้าแต่ละรายได้ และ Forwarder บางรายยังมีรถหัวลาก คลังสินค้า และทีมศุลกากรของตัวเอง ซึ่งช่วยให้ควบคุมเวลาและคุณภาพงานได้มากขึ้น
Forwarder ทำอะไรบ้าง ตัวอย่างการส่งออก 1 ตู้ทางเรือ
งานหลักของ Forwarder มี 8 อย่าง ได้แก่ จองระวางเรือหรือเครื่องบิน จัดรถรับ-ส่ง ทำพิธีการศุลกากร จัดทำเอกสาร จัดประกันภัยสินค้า ดูแลคลังสินค้าและรวมตู้ LCL ติดตามสถานะสินค้า และให้คำปรึกษาเรื่องต้นทุน เพื่อให้เห็นภาพ ตารางนี้แสดงการส่งออกสินค้า 1 ตู้ทางเรือ และจุดที่ Forwarder เข้ามาช่วย
| ขั้นตอน | สิ่งที่เกิดขึ้น | Forwarder ช่วยอะไร |
|---|---|---|
| 1. ตกลงเงื่อนไขซื้อขาย | ผู้ซื้อและผู้ขายกำหนด Incoterms และปลายทาง | แนะนำเทอมที่เหมาะ และคำนวณต้นทุนถึงปลายทาง (อ่านเพิ่ม: Incoterms 2020 คืออะไร) |
| 2. จองระวาง (Booking) | จองที่บนเรือกับสายเรือตามรอบเรือ | เลือกสายเรือและรอบเรือ จอง และยืนยันกำหนดการ |
| 3. รับตู้เปล่าและบรรจุสินค้า | ลากตู้เปล่าไปโรงงาน บรรจุสินค้า | จัดรถหัวลากรับตู้ ไปโรงงานและกลับ |
| 4. ยื่นใบขนสินค้าขาออก | ส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรก่อนส่งออก | ตัวแทนออกของจัดทำและยื่นใบขน ตรวจเอกสารก่อนยื่น |
| 5. นำตู้เข้าท่าเรือ | ตู้ต้องถึงท่าก่อนเวลาปิดรับตู้ (Cut-off) ของเรือลำนั้น | วางเวลารถให้ทันก่อน Cut-off |
| 6. เรือออกและออก B/L | สายเรือยืนยันว่าสินค้าขึ้นเรือแล้ว | จัดการเอกสาร B/L ส่งให้ผู้เกี่ยวข้อง (อ่านเพิ่ม: ประเภทของ B/L) |
| 7. ติดตามถึงปลายทาง | ตัวแทนปลายทางทำพิธีการและส่งสินค้า | ติดตามสถานะและแจ้งความเคลื่อนไหวให้ลูกค้า |
จะเห็นว่าทุกขั้นตอนมีเวลากำกับ ถ้ารถไปช้า ตู้อาจไม่ทัน Cut-off ต้องรอเรือลำถัดไป ถ้าเอกสารไม่ตรงกัน ใบขนอาจถูกตรวจสอบเพิ่มและกระทบกำหนดการ Forwarder ที่ดีจึงดูแลทั้งงานเอกสาร งานรถ และงานตามสถานะให้ต่อเนื่องกัน
Forwarder, ชิปปิ้ง และสายเรือ ต่างกันอย่างไร
คนไทยมักเรียกธุรกิจเหล่านี้รวมกันว่า “ชิปปิ้ง” แต่ในทางปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมือนกัน
| ชื่อ | เรียกเป็นภาษาไทย | หน้าที่หลัก |
|---|---|---|
| Freight Forwarder | ตัวแทนจัดการขนส่ง | ออกแบบและประสานการเดินทางของสินค้าตลอดเส้นทาง จองระวาง จัดรถ ทำเอกสาร และดูแลพิธีการ |
| Customs Broker | ตัวแทนออกของ (มักเรียกว่า “ชิปปิ้ง”) | ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า-ขาออกแทนผู้นำเข้า-ส่งออก ตรวจเอกสาร ชำระอากร ประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากร |
| Shipping Line | สายเรือ | เป็นเจ้าของหรือบริหารเรือ รับขนส่งสินค้าทางทะเล ออก B/L และเรียกเก็บค่าระวาง |
| Trucking | ผู้รับจ้างขนส่งทางบก | ให้บริการรถหัวลากและรถบรรทุก ลากตู้และส่งสินค้าตามคำสั่งงาน |
Forwarder บางรายทำเฉพาะงานประสานการขนส่งและจ้างช่วงงานที่เหลือ บางรายทำครบทั้งงาน Forwarder ตัวแทนออกของ และรถขนส่งในบริษัทเดียว ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Met-Logs ให้บริการ
ทำไมไทยขาด Forwarder ไม่ได้
เศรษฐกิจไทยพึ่งการค้าระหว่างประเทศสูงมาก ตามข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ปี 2568 ไทยส่งออกสินค้ามูลค่า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11.14 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12.9% และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11.45 ล้านล้านบาท)
สินค้าจำนวนมากเดินทางผ่านท่าเรือ ปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567 – ก.ย. 2568) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) รายงานว่ามีตู้สินค้าผ่านท่ารวม 11.43 ล้าน TEU เพิ่มขึ้น 6.44% โดยท่าเรือแหลมฉบังรับตู้ถึง 10.15 ล้าน TEU และท่าเรือกรุงเทพ 1.28 ล้าน TEU
ในด้านต้นทุน ttb analytics ประเมินว่าต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยอยู่ที่ราว 14.2% ของ GDP ในปี 2566 และลดเหลือราว 13.5% ในปี 2567 หมายความว่าทุก 100 บาทของเศรษฐกิจ มีราว 13-14 บาทที่ใช้ไปกับการขนส่ง เก็บ และบริหารสินค้า การวางแผนที่ดีจึงมีผลโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ
Forwarder ช่วยขับเคลื่อนการขนส่งและเศรษฐกิจไทยอย่างไร
1. เปิดประตูสู่ตลาดโลกให้ผู้ประกอบการรายเล็ก
SME ที่เพิ่งเริ่มส่งออกไม่จำเป็นต้องตั้งแผนกโลจิสติกส์เอง Forwarder ช่วยทั้งจองระวาง ทำเอกสาร และพิธีการ และยังรวมสินค้าจากหลายรายเป็นตู้ LCL ทำให้ส่งสินค้าปริมาณไม่มากได้โดยไม่ต้องรอให้เต็มตู้
2. ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของโรงงานเดินหน้าต่อเนื่อง
โรงงานต้องนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วน และส่งออกสินค้าสำเร็จรูปตามกำหนด เพราะถ้าวัตถุดิบมาช้าสายการผลิตอาจหยุด ถ้าสินค้าส่งออกพลาดรอบเรือก็อาจเสียโอกาสทางการค้า Forwarder ประสานตารางเรือ รถ และพิธีการให้ลงตัวกัน
3. ช่วยให้การค้าถูกต้องและใช้สิทธิประโยชน์ได้ครบ
ใบขนสินค้าที่พิกัดและเอกสารถูกต้อง ช่วยให้ผู้ประกอบการเสียอากรตามจริง และใช้สิทธิประโยชน์ได้ เช่น การลดหย่อนอากรตามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย Form E หรือการขอคืนอากร (Drawback) ถ้าเอกสารผิดพลาดอาจเสียสิทธิเหล่านี้ได้
4. สร้างงานและทักษะเฉพาะทาง
อุตสาหกรรมนี้ต้องการคนหลายสายอาชีพ ตั้งแต่พนักงานขับรถหัวลาก ผู้ชำนาญการศุลกากร เจ้าหน้าที่เอกสาร ไปจนถึงเจ้าหน้าที่คลังสินค้า ซึ่งทุกตำแหน่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์เฉพาะทาง
Met-Logs กับสังคมไทย ช่วยขับเคลื่อนอย่างไร
Metropolitan Logistics Co., Ltd. หรือ Met-Logs ก่อตั้งในปี 2552 (ค.ศ. 2009) รวมเวลา 17 ปี สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เป็นสมาชิกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ให้บริการพิธีการศุลกากร ขนส่งทางเรือ FCL/LCL ทางอากาศ และรถหัวลากขนตู้คอนเทนเนอร์ ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ ICD ลาดกระบัง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
บทบาทของ Met-Logs ต่อผู้ประกอบการและสังคมไทยมี 4 ด้าน
- เปิดประตูสู่ตลาดโลกให้ SME ผู้ประกอบการรายเล็กไม่ต้องมีแผนกโลจิสติกส์เอง ฝากทั้งการจองระวาง ขนส่ง และพิธีการไว้ที่เดียว โดยเฉพาะผู้ประกอบการย่านพระราม 2 บางขุนเทียน และสมุทรสาคร (ดูบริการย่านพระราม 2 / สมุทรสาคร)
- ช่วยให้สายการผลิตไม่สะดุด วัตถุดิบนำเข้าและสินค้าส่งออกเดินทางตามกำหนด เพราะควบคุมรถหัวลากและคิวงานได้เอง
- พิธีการถูกต้อง สิทธิภาษีไม่หลุด ตรวจเอกสารก่อนยื่น ลดความผิดพลาดในใบขนและความเสี่ยงที่จะเสียสิทธิ FTA (ดูบริการ Form E และ Drawback)
- สร้างอาชีพและทักษะเฉพาะทาง พนักงานขับรถ ผู้ชำนาญการศุลกากร เจ้าหน้าที่เอกสารและคลังสินค้า ทำงานในอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงการค้าของประเทศ

ทำไมต้องใช้ Met-Logs: 4 เหตุผลที่ควรเลือก
1. มีหัวลากเป็นของตัวเอง ควบคุมเวลาได้
งานตู้คอนเทนเนอร์เป็นงานที่เวลาเข้มงวด ต้องทันรอบเรือ ทันเวลาปิดรับตู้ และต้องคืนตู้ก่อนหมดเวลาที่สายเรือกำหนด ไม่เช่นนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม (อ่านเพิ่ม: Demurrage กับ Detention ต่างกันอย่างไร) ถ้า Forwarder ต้องจ้างรถภายนอก คิวรถขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้รับจ้าง แต่เมื่อมีหัวลากเป็นของตัวเอง Met-Logs จัดคิวรับและคืนตู้เองได้ ปรับแผนหน้างานได้ทันที และดูแลทั้งงานลากและพิธีการในทีมเดียว
แน่นอนว่าไม่มีใครควบคุมได้ทุกอย่าง เช่น ท่าเรือแออัดหรือสภาพอากาศ แต่อย่างน้อยรถและคิวงานเป็นส่วนที่เราคุมเองได้ จึงไม่ต้องเสี่ยงรอรถของผู้อื่นเพิ่มอีกชั้น (ดูบริการ รถหัวลากขนตู้คอนเทนเนอร์)
2. รถใหม่ ลดความเสี่ยงระหว่างทาง
รถที่อยู่ในสภาพดีเสียกลางทางน้อยลง ช่วยให้ส่งตรงเวลามากขึ้น และลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างลากและขนส่ง เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูงและงานที่มีกำหนดเวลาเข้มงวด เช่น วัตถุดิบที่โรงงานรอใช้ในสายการผลิต
3. เครือข่าย Agent ทั่วโลก รองรับทุก Solution
การส่งสินค้าข้ามประเทศไม่จบที่ท่าเรือต้นทาง ปลายทางยังต้องมีผู้ทำพิธีการ รับตู้ และส่งสินค้าถึงผู้รับ Met-Logs มีเครือข่ายตัวแทนทั่วโลกทำงานร่วมกัน ทั้งตัวแทนต้นทางและปลายทาง จึงรองรับได้ทั้งการส่งตู้เต็ม (FCL) การรวมตู้ (LCL) ทางอากาศ และบริการ Door-to-Door ลูกค้าไม่ต้องหาตัวแทนปลายทางเอง และถ้ามีสินค้าหรือเส้นทางพิเศษ สามารถปรึกษาทีมก่อนได้ (ดูบริการ ขนส่งทางเรือ FCL/LCL และทางอากาศ)
4. มีผู้ชำนาญการศุลกากรประจำสำนักงาน ปรึกษาได้ตลอด
เรื่องศุลกากรเป็นจุดที่ผู้นำเข้า-ส่งออกพลาดบ่อยที่สุด เช่น พิกัดศุลกากร (HS Code) ผิด ชื่อและจำนวนในเอกสารไม่ตรงกัน หรือสินค้าต้องขออนุญาตแต่ไม่รู้มาก่อน ทีมผู้ชำนาญการศุลกากรของ Met-Logs ประจำอยู่ที่สำนักงาน ช่วยตรวจ HS Code และเอกสารก่อนยื่นใบขน แนะนำการใช้สิทธิ FTA (Form E) และการขอคืนอากร และตอบคำถามได้ตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ ว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ และต้นทุนภาษีจะเป็นเท่าไร ทำให้ตัดสินใจได้ก่อนซื้อ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาที่หน้าด่าน (ดูบริการ ตัวแทนออกของ)
ประสานหลายเจ้าเอง เทียบกับใช้ Met-Logs
| ประสานหลายเจ้าเอง | ใช้ Met-Logs | |
|---|---|---|
| จุดติดต่อ | Forwarder รถรับจ้าง และตัวแทนออกของ แยกคนแยกบริษัท | ผู้ประสานงานจุดเดียว ตั้งแต่จองจนส่งมอบ |
| เวลา | รอคิวรถ และรอเอกสารส่งต่อระหว่างบริษัท | คุมคิวหัวลากและงานเอกสารได้เอง |
| เมื่อมีปัญหา | ต้องไล่หาว่าความผิดพลาดอยู่ที่ใคร | ทีมเดียวรับเรื่อง ตามงานได้ทันที |
| คำปรึกษา | คำตอบกระจายอยู่ในหลายบริษัท | ผู้ชำนาญการศุลกากรให้คำปรึกษาได้ทั้งก่อนและระหว่างงาน |
เลือก Freight Forwarder อย่างไรดี
ไม่ว่าจะเลือกกับเจ้าไหน แนะนำให้เช็ก 6 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ
- เป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพหรือไม่ เช่น TIFFA ซึ่งบ่งบอกว่ามีตัวตนและมาตรฐานระดับหนึ่ง
- มีรถเองหรือจ้างช่วง ถามให้ชัดว่ารถลากตู้เป็นของบริษัทหรือจ้างภายนอก เพราะมีผลต่อการควบคุมเวลา
- มีทีมศุลกากรของตัวเองหรือไม่ และให้คำปรึกษาก่อนเริ่มงานได้หรือเปล่า
- เครือข่ายปลายทาง มีตัวแทนในประเทศปลายทางที่ต้องการหรือไม่ และดูแลถึงมือผู้รับได้ไหม
- ใบเสนอราคาแยกรายการชัดเจน ค่าระวาง ค่าท่าเรือ ค่ารถ ค่าพิธีการ แยกกัน ไม่รวมเป็นก้อนเดียว
- ติดตามงานและติดต่อได้ง่าย มีผู้ดูแลงานที่ตอบได้ในเวลาทำการ และแจ้งสถานะระหว่างทาง
คำถามที่พบบ่อย
Freight Forwarder คืออะไร
คือผู้ประสานการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศตลอดเส้นทาง ตั้งแต่จองระวางเรือหรือเครื่องบิน จัดรถ ทำเอกสาร ไปจนถึงพิธีการศุลกากร โดยลูกค้าติดต่อกับ Forwarder จุดเดียว
Forwarder ต่างจากชิปปิ้งอย่างไร
“ชิปปิ้ง” ในความหมายที่คนไทยใช้ มักหมายถึงตัวแทนออกของ (Customs Broker) ซึ่งยื่นใบขนสินค้าและทำพิธีการศุลกากร ส่วน Forwarder ดูแลการขนส่งทั้งเส้นทาง ซึ่งรวมงานพิธีการด้วย แต่ไม่ได้มีแค่งานนี้
ธุรกิจเล็กจำเป็นต้องใช้ Forwarder ไหม
ไม่ได้บังคับ แต่ผู้ประกอบการรายเล็กมักได้ประโยชน์มาก เพราะไม่ต้องมีทีมโลจิสติกส์เอง และ Forwarder ช่วยรวมสินค้าเป็นตู้ LCL ทำให้ส่งปริมาณน้อยได้
ค่าบริการ Forwarder คิดอย่างไร
โดยทั่วไปประกอบด้วยค่าระวางเรือหรือเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือ ค่ารถ ค่าพิธีการศุลกากร และค่าบริการของ Forwarder ขึ้นอยู่กับสินค้า เส้นทาง และเงื่อนไข Incoterms จึงควรขอใบเสนอราคาแยกรายการ
ถ้าสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง ใครรับผิดชอบ
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการขนส่ง Incoterms และเงื่อนไขของสายเรือหรือผู้ขนส่ง ผู้ประกอบการควรซื้อประกันภัยสินค้า และตกลงเรื่องความรับผิดชอบกับ Forwarder ให้ชัดก่อนเริ่มงาน
Met-Logs ให้บริการที่ท่าเรือและสนามบินใดบ้าง
ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ICD ลาดกระบัง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เริ่มงานกับ Met-Logs ต้องเตรียมอะไร
บอกชนิดสินค้า ต้นทางและปลายทาง ปริมาณหรือน้ำหนัก เงื่อนไข Incoterms ที่ตกลงกับคู่ค้า และถ้ามี Invoice หรือ Packing List ส่งมาด้วย ทีมงานจะประเมินเส้นทางและต้นทุนให้ก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- สนค. กระทรวงพาณิชย์ สรุปมูลค่าการส่งออก-นำเข้าปี 2568 (ประกาศ 23 ม.ค. 2569): ไทยรัฐ
- การท่าเรือแห่งประเทศไทย ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568 (ประกาศ 9 ธ.ค. 2568): อินโฟเควสท์
- ttb analytics สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP (18 ก.ย. 2568): Marketeer
ต้องการให้ Met-Logs ช่วยวางแผนการขนส่ง ประเมินต้นทุน หรือดูแลพิธีการศุลกากรทั้งขาเข้าและขาออก ดูรายละเอียดที่ บริการตัวแทนออกของ, ขนส่งทางเรือ FCL/LCL และทางอากาศ และ รถหัวลากขนตู้คอนเทนเนอร์
มีคำถามเรื่องการขนส่ง หรือต้องการให้ช่วยดูแลชิปเมนต์?
ทีมงาน Met-Logs ตอบกลับในวันทำการ จันทร์–ศุกร์ 08:30–17:30 น.
📞 โทร 02-415-4323📝 ขอใบเสนอราคา💬 แชททาง LINE✉️ support@met-logs.com
ตัวเลขสถิติอ้างอิงตามแหล่งที่ระบุในหัวข้อแหล่งอ้างอิง บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป
Read in English: What Is a Freight Forwarder? Its Role in Thai Logistics and Why Choose Met-Logs