บทความนำเข้า-ส่งออก

ทุกครั้งที่นำเข้าหรือส่งออกสินค้า ใบขนสินค้าต้องระบุ HS Code หรือพิกัดศุลกากร ของสินค้าทุกรายการ ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวกำหนดว่าสินค้าต้องเสียอากรเท่าไร ใช้สิทธิลดภาษีตาม FTA ได้หรือไม่ และต้องมีใบอนุญาตอะไรก่อนนำเข้า ถ้าสำแดงผิด สิ่งที่ตามมามีทั้งอากรที่ต้องจ่ายเพิ่ม เงินเพิ่ม ค่าปรับ และสินค้าที่ติดอยู่ที่ท่า บทความนี้อธิบายว่า HS Code คืออะไร วิธีอ่านพิกัด 8 หลักและรหัสสถิติในใบขนสินค้า วิธีเช็คพิกัดศุลกากรด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอน และจุดที่ผู้นำเข้าสำแดงผิดบ่อย

Read in English: What Is an HS Code?

สรุปใน 30 วินาที

  • HS Code คือรหัสจำแนกสินค้าสากล ขององค์การศุลกากรโลก (WCO) ตัวเลข 6 หลักแรกใช้เหมือนกันในกว่า 200 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ
  • ไทยใช้พิกัด 8 หลัก ตามระบบพิกัดของอาเซียน (AHTN) และในใบขนสินค้าต้องใส่รหัสสถิติอีก 3 หลักพร้อมหน่วย เช่น 8409.91.22-001/KGM
  • พิกัดเป็นตัวกำหนด อัตราอากร สิทธิ FTA ใบอนุญาตนำเข้า และมาตรฐานบังคับของสินค้า
  • จัดพิกัดตามหลักการตีความ (GRI) 6 ข้อ โดยดูวัสดุ หน้าที่ และหมายเหตุของภาคและตอน ไม่ใช่ตามชื่อทางการค้าหรือพิกัดที่ผู้ขายพิมพ์มาใน Invoice
  • ถ้าไม่แน่ใจ ให้ค้นคำวินิจฉัยพิกัดที่กรมศุลกากรเคยออก ขอจำแนกพิกัดล่วงหน้า หรือให้ตัวแทนออกของตรวจก่อนยื่นใบขน
  • HS ฉบับใหม่ (HS 2028) มีผล 1 มกราคม 2571 พิกัดของสินค้าหลายรายการจะเปลี่ยนอีกครั้ง
Infographic HS Code คืออะไร อ่านพิกัด 8 หลักและรหัสสถิติในใบขนสินค้า HS Code ใช้กำหนดอะไรบ้าง และหลักการตีความพิกัด GRI 6 ข้อ
Infographic HS Code คืออะไร อ่านพิกัด 8 หลักและรหัสสถิติ และหลัก GRI 6 ข้อ (คลิกเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

HS Code คืออะไร

HS ย่อมาจาก Harmonized Commodity Description and Coding System หรือระบบฮาร์โมไนซ์ เป็นระบบจำแนกประเภทสินค้าที่องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) พัฒนาขึ้น แบ่งสินค้าออกเป็นกว่า 5,000 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีรหัส 6 หลัก มีกว่า 200 ประเทศและเขตเศรษฐกิจใช้เป็นฐานของพิกัดอัตราศุลกากร และสินค้ากว่า 98% ในการค้าระหว่างประเทศจัดอยู่ในระบบนี้ (WCO)

ในภาษาไทยเรามักเรียกว่า พิกัดศุลกากร หรือพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งก็คือ HS Code ที่แต่ละประเทศแตกรายละเอียดต่อจาก 6 หลักสากล สำหรับไทยและประเทศอาเซียน หลักที่ 7–8 มาจาก AHTN (ASEAN Harmonised Tariff Nomenclature) ทำให้พิกัดที่ใช้ในไทยมี 8 หลัก

อ่านพิกัด 8 หลักและรหัสสถิติในใบขนสินค้า

ตัวอย่างด้านล่างใช้เสื้อยืดผ้าฝ้ายชนิดถักเพื่ออธิบายโครงสร้าง ระดับ 2–6 หลักเป็นระดับสากลที่เหมือนกันทุกประเทศ ส่วนหลักที่ 7–8 และรหัสสถิติต้องเปิดดูในพิกัดและบัญชีรหัสสถิติของไทย

ระดับ ตัวอย่าง ความหมาย ผู้กำหนด
ตอน (Chapter) 2 หลัก 61 เครื่องแต่งกายชนิดถัก (นิตหรือโครเชต์) WCO (สากล)
ประเภท (Heading) 4 หลัก 61.09 เสื้อยืด เสื้อกล้าม ชนิดถัก WCO (สากล)
ประเภทย่อย (Subheading) 6 หลัก 6109.10 ทำด้วยฝ้าย WCO (สากล)
พิกัด 8 หลัก 6109.10.xx รายการย่อยระดับประเทศ AHTN (อาเซียน)
รหัสสถิติ 3 หลัก + หน่วย -xxx/หน่วย ใช้สำแดงในใบขนสินค้า กรมศุลกากร

ตัวอย่างจริงจากประกาศกรมศุลกากรที่ 118/2569 คือ 8409.91.22-001/KGM หมายถึงเสื้อสูบสำหรับเครื่องยนต์ที่จุดระเบิดด้วยประกายไฟของยานบกตามประเภท 87.01 สำแดงเป็นกิโลกรัม เดิมเสื้อสูบและห้องข้อเหวี่ยงใช้รหัสสถิติ 000 ร่วมกัน แต่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ต้องแยกเป็น 001 และ 002 ตัวอย่างนี้แสดงว่าแม้พิกัด 8 หลักไม่เปลี่ยน รหัสสถิติก็เปลี่ยนได้ (อ่านเพิ่ม: รหัสสถิติใหม่ เสื้อสูบ-ห้องข้อเหวี่ยง พิกัด 8409)

HS Code ใช้กำหนดอะไรบ้าง

พิกัดศุลกากรไม่ได้มีไว้กรอกแบบฟอร์มเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเกือบทุกเรื่องในการนำเข้า

  • อัตราอากรขาเข้า แต่ละพิกัดมีอัตราอากรของตัวเอง สินค้าที่ดูคล้ายกันแต่อยู่คนละพิกัดอาจเสียอากรต่างกันมาก และภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้านำเข้าคิดจากฐานที่รวมค่าอากรแล้ว พิกัดที่ผิดจึงทำให้ VAT ผิดตามไปด้วย
  • สิทธิลดหรือยกเว้นอากรตาม FTA อัตราตามความตกลงการค้าเสรีกำหนดเป็นรายพิกัด และกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะสินค้าก็อ้างอิงพิกัด การใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิด เช่น Form E หรือ Form D จึงต้องเริ่มจากพิกัดที่ถูกต้อง (ดูบริการ ตรวจ Form E และใบอนุญาตนำเข้า)
  • ใบอนุญาตและมาตรฐานบังคับ หน่วยงานอย่าง อย. และ สมอ. ผูกการควบคุมกับพิกัดและรหัสสถิติ และระบบ e-License ผ่าน NSW ตรวจข้อมูลตามพิกัดที่สำแดง เช่น กระติกสุญญากาศที่ต้องเชื่อม e-License สมอ. และ แมลงกินได้ พิกัด 0410.10.00 ที่ต้องเชื่อม e-License อย.
  • สถิติการค้าและการตรวจของศุลกากร ข้อมูลพิกัดถูกใช้ทำสถิตินำเข้า-ส่งออกของประเทศ และใช้ประกอบการพิจารณาตรวจสินค้า ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับเอกสารอื่นจึงอาจทำให้ถูกตรวจละเอียดขึ้น

งานส่งออกก็ใช้พิกัดเช่นกัน ใบขนสินค้าขาออกต้องสำแดงพิกัด และผู้ซื้อในประเทศปลายทางจะใช้ 6 หลักแรกชุดเดียวกันในการนำเข้า การแจ้งพิกัดที่ถูกต้องให้ผู้ซื้อจึงช่วยให้ฝั่งปลายทางผ่านพิธีการได้ราบรื่นขึ้น

Infographic วิธีเช็คพิกัดศุลกากรด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอน จุดที่สำแดงพิกัดผิดบ่อย ผลของการสำแดงผิด และ HS 2028
Infographic เช็คพิกัดศุลกากรด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอน จุดที่สำแดงผิดบ่อย และ HS 2028 (คลิกเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

วิธีเช็คพิกัดศุลกากรด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอน

  1. รวบรวมข้อมูลสินค้าให้ครบ ได้แก่ ชื่อสินค้า วัสดุและสัดส่วน (เช่น ฝ้าย 100% หรือพลาสติกผสมโลหะ) หน้าที่และการใช้งาน สภาพที่นำเข้า (ประกอบแล้ว ถอดชิ้นส่วน หรือมาเป็นชุด) รูปภาพ และแค็ตตาล็อกหรือสเปก ข้อมูลยิ่งละเอียด ยิ่งจัดพิกัดได้แม่นยำ
  2. หาตอนและประเภท 4 หลัก เริ่มจากตอนที่น่าจะเกี่ยวข้อง แล้วอ่านความของประเภท พร้อมหมายเหตุของภาคและตอน ซึ่งมักระบุว่าสินค้าใดรวมหรือไม่รวมอยู่ในตอนนั้น ถ้าเข้าได้มากกว่าหนึ่งประเภท ให้ใช้หลักการตีความ (GRI) ในหัวข้อถัดไป
  3. ไล่ลงประเภทย่อย 6 หลัก และพิกัด 8 หลักของไทย เปรียบเทียบเฉพาะรายการที่อยู่ระดับเดียวกัน ใช้ฐานข้อมูลอัตราอากรจากหน้า ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร ของกรมศุลกากร
  4. ตรวจรายละเอียดที่ผูกกับพิกัด ได้แก่ รหัสสถิติและหน่วยที่ต้องสำแดง อัตราอากรทั่วไปเทียบกับอัตราตาม FTA และมาตรการควบคุม เช่น ใบอนุญาต อย. มาตรฐาน มอก. หรือการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร
  5. ตรวจกับคำวินิจฉัยพิกัดที่มีอยู่ กรมศุลกากรเปิดให้ค้นคำวินิจฉัยพิกัดผ่าน Tariff e-Service ถ้ายังไม่แน่ใจ โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าประจำหรืออัตราอากรต่างกันมาก ควรขอจำแนกประเภทพิกัดศุลกากรล่วงหน้า หรือปรึกษาตัวแทนออกของก่อนสั่งซื้อ

หน้าค้นหาของกรมศุลกากรระบุว่าข้อมูลที่แสดงเป็นข้อมูลเบื้องต้น ให้ยึดประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกรมศุลกากรเป็นหลัก ถ้าข้อมูลขัดกัน ให้ดูที่ประกาศ

หลักการตีความพิกัด (GRI) 6 ข้อ แบบเข้าใจง่าย

การจัดพิกัดทุกประเทศใช้ หลักการตีความพิกัดอัตราศุลกากร (General Interpretative Rules: GRI) ชุดเดียวกัน ต้องใช้เรียงตามลำดับ ใช้ข้อถัดไปก็ต่อเมื่อข้อก่อนหน้าตัดสินไม่ได้

ข้อ สาระสำคัญ ตัวอย่าง
GRI 1 ชื่อภาคและตอนมีไว้เพื่อสะดวกในการอ้างอิง การจัดพิกัดต้องเป็นไปตามความของประเภทและหมายเหตุของภาคและตอน ห้ามจัดจากชื่อตอนอย่างเดียว ต้องอ่านความของประเภทและหมายเหตุ
GRI 2 (ก) ของที่ไม่ครบหรือยังไม่ประกอบ ถ้ามีลักษณะสำคัญของของสำเร็จ ให้จัดเป็นของสำเร็จ (ข) ของที่ทำจากหลายวัสดุ ให้ไปพิจารณาตาม GRI 3 เครื่องที่ส่งมาแบบถอดชิ้นส่วนเพื่อประกอบที่ปลายทาง จัดเป็นเครื่องนั้น
GRI 3 ถ้าเข้าได้หลายประเภท (ก) ใช้ประเภทที่ระบุเจาะจงกว่า (ข) ของผสมและชุดสินค้า ใช้วัสดุหรือส่วนที่ให้ลักษณะสำคัญ (ค) ถ้ายังตัดสินไม่ได้ ใช้ประเภทที่อยู่ลำดับหลังสุด ชุดตัดผมที่มีปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า หวี กรรไกร แปรง และผ้า ในกระเป๋า จัดตามปัตตาเลี่ยน
GRI 4 ของที่จัดเข้าประเภทใดตามข้อ 1–3 ไม่ได้ ให้จัดเข้าประเภทของที่คล้ายที่สุด ใช้น้อยมาก สำหรับสินค้าใหม่ที่ไม่มีประเภทรองรับ
GRI 5 ภาชนะที่ทำมาเฉพาะสำหรับสินค้าและใช้ได้นาน เช่น กล่องกล้องหรือเคสเครื่องดนตรี และวัสดุหีบห่อตามปกติ ให้จัดรวมกับสินค้า กล้องพร้อมกระเป๋ากล้องที่ทำมาเฉพาะรุ่น จัดเป็นกล้อง
GRI 6 ระดับประเภทย่อยใช้หลักเดียวกัน และเปรียบเทียบเฉพาะประเภทย่อยระดับเดียวกัน เลือกระหว่างรายการขีดเดียวก่อน แล้วจึงไล่ลงรายการสองขีด

จุดที่ทำให้สำแดงพิกัดผิดบ่อย

  • คัดลอกพิกัดจาก Invoice ของผู้ขาย 6 หลักแรกเป็นสากลก็จริง แต่หลักที่ 7–8 และการตีความของแต่ละประเทศอาจต่างกัน และผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบสิ่งที่สำแดงในใบขนของตัวเอง
  • จัดตามชื่อทางการค้าหรือการใช้งานที่โฆษณา แทนที่จะดูวัสดุ หน้าที่ และหมายเหตุของตอน สินค้าที่ชื่อการค้าเหมือนกันอาจอยู่คนละพิกัด
  • สับสนระหว่างชิ้นส่วนกับเครื่องสำเร็จ ของที่ส่งมาแบบถอดประกอบแต่มีลักษณะสำคัญของเครื่องสำเร็จ ต้องจัดเป็นเครื่องสำเร็จ ส่วนชิ้นส่วนเองก็มีหลักเฉพาะในหมายเหตุของภาคและตอน
  • ชุดสินค้าและของผสม ต้องหาส่วนที่ให้ลักษณะสำคัญของทั้งชุด ซึ่งอาจพิจารณาจากหน้าที่ ปริมาณ น้ำหนัก หรือมูลค่า ไม่ได้ดูแค่ชิ้นที่แพงที่สุด
  • ใช้รหัสสถิติหรือหน่วยเก่า บัญชีรหัสสถิติถูกแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ เช่น กรณีพิกัด 84.09 ที่เปลี่ยนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
  • เช็คแค่อัตราอากร แต่ลืมมาตรการควบคุม บางพิกัดต้องมีใบอนุญาตหรือ มอก. ก่อนนำเข้า เช่น แผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องมี มอก. 61730

สำแดงพิกัดผิดมีผลอย่างไร

ผลของการสำแดงพิกัดผิดขึ้นอยู่กับว่าทำให้อากรขาดหรือไม่ และมีเจตนาหรือไม่ โดยสรุปตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีดังนี้

  • ต้องชำระอากรส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม ร้อยละ 1 ต่อเดือนของอากรที่ต้องเสียเพิ่ม โดยเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนอากรนั้น (มาตรา 22) และ VAT ที่คิดจากฐานอากรก็ต้องชำระเพิ่มตามไปด้วย
  • การยื่นใบขนสินค้าหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นความผิดตามมาตรา 202 มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท
  • ถ้ามีเจตนาหลีกเลี่ยงอากร โทษหนักขึ้นตามมาตรา 243 คือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าถึง 4 เท่าของอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • สินค้าติดที่ท่า ถ้าพิกัดที่ถูกต้องต้องมีใบอนุญาตที่ไม่ได้เตรียมไว้ สินค้าจะยังนำออกไม่ได้ และเกิดค่าฝากและค่าตู้ระหว่างรอ (อ่านเพิ่ม: Demurrage กับ Detention ต่างกันอย่างไร)
  • เสียสิทธิ FTA ถ้าพิกัดในใบขนกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดไม่สอดคล้องกัน การขอใช้สิทธิลดอากรอาจถูกตั้งคำถาม

ในทางกลับกัน ถ้าสำแดงพิกัดที่อัตราอากรสูงเกินจริง ผู้นำเข้าก็เสียเงินเกินโดยไม่จำเป็น การจัดพิกัดให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกจึงคุ้มค่าทั้งสองทาง

HS 2028: พิกัดจะเปลี่ยนอีกครั้ง 1 มกราคม 2571

WCO ทบทวนระบบ HS เป็นรอบ ๆ ฉบับล่าสุดคือ HS ฉบับที่ 8 หรือ HS 2028 ซึ่งเป็นผลจากการทบทวนรอบที่ 7 และจะมีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2028 (พ.ศ. 2571) ประเทศที่ใช้ระบบ HS รวมถึงไทยจะต้องปรับพิกัดอัตราศุลกากรของตนให้สอดคล้อง สินค้าที่ได้รับผลอาจเปลี่ยนทั้งพิกัด อัตราอากร และรหัสสถิติ ผู้นำเข้าที่มีสินค้าประจำควรทบทวนพิกัดของตนเมื่อกรมศุลกากรประกาศตารางเทียบพิกัด และปรับข้อมูลในระบบ ใบอนุญาต และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดให้ทัน

คำถามที่พบบ่อย

HS Code คืออะไร

คือรหัสจำแนกประเภทสินค้าของระบบฮาร์โมไนซ์ที่องค์การศุลกากรโลกพัฒนาขึ้น 6 หลักแรกใช้เหมือนกันในกว่า 200 ประเทศ ใช้กำหนดอัตราอากร สิทธิ FTA และมาตรการควบคุมสินค้า

HS Code กับพิกัดศุลกากรต่างกันไหม

เป็นเรื่องเดียวกัน พิกัดศุลกากรของไทยคือ HS Code ที่แตกรายละเอียดเป็น 8 หลักตาม AHTN ของอาเซียน

พิกัดศุลกากรไทยมีกี่หลัก

พิกัดอัตราศุลกากรมี 8 หลัก และเมื่อสำแดงในใบขนสินค้าต้องใส่รหัสสถิติอีก 3 หลักพร้อมหน่วยปริมาณ เช่น 8409.91.22-001/KGM

เช็คพิกัดศุลกากรได้ที่ไหน

ค้นได้จากหน้า “ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร” บนเว็บไซต์กรมศุลกากร และค้นคำวินิจฉัยพิกัดที่เคยออกได้ที่ Tariff e-Service ทั้งนี้ให้ยึดประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกรมศุลกากรเป็นหลัก

ใช้ HS Code จาก Invoice ของผู้ขายได้ไหม

ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นได้ แต่ไม่ควรคัดลอกไปสำแดงทันที เพราะหลักที่ 7–8 และการตีความของแต่ละประเทศอาจต่างกัน และผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบสิ่งที่สำแดงในใบขนของตัวเอง

ถ้าไม่แน่ใจพิกัดควรทำอย่างไร

ค้นคำวินิจฉัยพิกัดของสินค้าที่ใกล้เคียง ขอจำแนกประเภทพิกัดศุลกากรล่วงหน้ากับกรมศุลกากร หรือให้ตัวแทนออกของตรวจข้อมูลสินค้าก่อนสั่งซื้อและก่อนยื่นใบขน

แหล่งอ้างอิง

  • World Customs Organization, What is the Harmonized System (HS)?: wcoomd.org
  • World Customs Organization, HS Nomenclature 2028 Edition: wcoomd.org
  • กรมศุลกากร, ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร: customs.go.th
  • กรมศุลกากร, Tariff e-Service: tariffeservice.customs.go.th
  • ประกาศกรมศุลกากรที่ 118/2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติสินค้า (ฉบับที่ 12): สรุปโดย Met-Logs ใน บทความข่าวสาร
  • Legardy, การประเมินอากร การอุทธรณ์ และการยึดสินค้าทางศุลกากรในไทย (สรุปมาตรา 22, 202, 243 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560): legardy.com

ให้ Met-Logs ช่วยตรวจพิกัดก่อนนำเข้า

Met-Logs มีผู้ชำนาญการศุลกากรประจำสำนักงาน ช่วยตรวจข้อมูลสินค้าและพิกัดศุลกากรตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ พร้อมเช็คอัตราอากร สิทธิ FTA รหัสสถิติ และใบอนุญาตที่ต้องใช้ ส่งชื่อสินค้า วัสดุ การใช้งาน รูปภาพ หรือสเปกมาให้ทีมงานดูได้ ดูรายละเอียดที่ บริการตัวแทนออกของ และ ตรวจ Form E และใบอนุญาตนำเข้า

ไม่แน่ใจพิกัดศุลกากรของสินค้า?

ทีมงาน Met-Logs ตอบกลับในวันทำการ จันทร์–ศุกร์ 08:30–17:30 น.

📞 โทร 02-415-4323📝 ขอใบเสนอราคา💬 แชททาง LINE✉️ support@met-logs.com

ข้อมูลกฎหมายในบทความเป็นการสรุปเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ตัวอย่างพิกัดใช้อธิบายโครงสร้างเท่านั้น ควรตรวจสอบพิกัด อัตราอากร และรหัสสถิติกับประกาศล่าสุดของกรมศุลกากรก่อนสำแดง

Read in English: What Is an HS Code? How to Check Thai Customs Tariff Codes Yourself, and Common Mistakes