บทความนำเข้า-ส่งออก

เอกสาร B/L (Bill of Lading) หรือใบตราส่งสินค้าทางทะเล เป็นเอกสารที่ผู้นำเข้า-ส่งออกต้องเจอทุกชิปเมนต์ แต่ชื่อเรียกที่หลากหลาย เช่น House B/L, Master B/L, Original B/L, Surrender B/L, Telex Release หรือ Sea Waybill มักทำให้สับสนว่าต่างกันอย่างไรและควรใช้แบบไหน บทความนี้สรุปให้เข้าใจในภาพเดียว พร้อมตารางเปรียบเทียบและวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับเงื่อนไขการชำระเงิน

Read in English: Bill of Lading Types Explained

สรุปใน 30 วินาที

  • House B/L คือ B/L ที่ Forwarder ออกให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าตัวจริง ส่วน Master B/L คือ B/L ที่สายเรือออกให้ Forwarder
  • Original B/L ผู้นำเข้าต้องเวนคืนต้นฉบับที่ปลายทางก่อนรับสินค้า เหมาะกับ L/C และ D/P
  • Surrender / Telex Release เวนคืนต้นฉบับที่ต้นทาง ปลายทางรับสินค้าได้โดยไม่ต้องใช้ต้นฉบับ เหมาะเมื่อผู้ขายได้รับเงินแล้ว
  • Sea Waybill ไม่มีต้นฉบับและไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิ์ในตัวสินค้า เหมาะกับบริษัทในเครือหรือคู่ค้าที่ไว้ใจกัน
Infographic: B/L แต่ละแบบต่างกันอย่างไร — House B/L กับ Master B/L, Original B/L, Surrender (Telex Release) และ Sea Waybill
Infographic สรุป B/L แต่ละแบบ (คลิกเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

B/L คืออะไร ทำหน้าที่อะไร

B/L คือเอกสารที่สายเรือ หรือ Forwarder ในฐานะผู้รับขน ออกให้เมื่อรับสินค้าไว้เพื่อขนส่ง ทำหน้าที่หลัก 3 อย่าง

  1. ใบรับสินค้า (Receipt of goods) ยืนยันว่าผู้รับขนได้รับสินค้าตามรายการ จำนวน และสภาพที่ระบุไว้
  2. หลักฐานสัญญารับขน (Evidence of contract of carriage) บันทึกเงื่อนไขการขนส่งระหว่างผู้ส่งกับผู้รับขน
  3. เอกสารแสดงสิทธิ์ในตัวสินค้า (Document of title) ผู้ที่ถือต้นฉบับโดยชอบมีสิทธิ์รับสินค้า และ B/L แบบ To Order โอนสิทธิ์ต่อได้ด้วยการสลักหลัง

หน้าที่ข้อ 3 คือเหตุผลที่การเลือกประเภท B/L สำคัญ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าใครเป็นผู้คุมสินค้า และผู้นำเข้าต้องใช้อะไรแลกใบสั่งปล่อยสินค้า (D/O) ที่ปลายทาง

House B/L กับ Master B/L ต่างกันอย่างไร

ในงานที่ใช้ Freight Forwarder สินค้าชุดเดียวกันจะมี B/L สองชั้นซ้อนกัน

Master B/L (MBL)

สายเรือเป็นผู้ออก Master B/L ให้ Freight Forwarder โดยระบุ Forwarder ต้นทางเป็นผู้ส่ง (Shipper) และเอเย่นต์ของ Forwarder ที่ปลายทางเป็นผู้รับ (Consignee) เอเย่นต์ใช้ MBL รับ D/O จากสายเรือ

House B/L (HBL)

Freight Forwarder หรือ NVOCC เป็นผู้ออก House B/L ให้ผู้ส่งออกตัวจริง โดยระบุผู้ส่งออกเป็น Shipper และผู้นำเข้าตัวจริง หรือ To Order ของธนาคาร เป็น Consignee ผู้นำเข้าใช้ HBL แลก D/O กับเอเย่นต์ของ Forwarder ที่ปลายทาง ไม่ได้ติดต่อสายเรือโดยตรง

ตัวอย่าง: ตู้ LCL หนึ่งตู้ที่รวมสินค้าของผู้ส่งออก 3 ราย จะมี Master B/L 1 ใบระหว่างสายเรือกับ Forwarder และมี House B/L 3 ใบ ใบละหนึ่งผู้ส่งออก

ถ้าผู้ส่งออกจองระวางกับสายเรือโดยตรง จะได้ Direct B/L (บางครั้งเรียก Line B/L) ใบเดียวที่ระบุผู้ส่งออกและผู้นำเข้าตัวจริง โดยไม่มี House B/L

หัวข้อ House B/L (HBL) Master B/L (MBL)
ผู้ออก Freight Forwarder / NVOCC สายเรือ (Carrier)
Shipper ผู้ส่งออกตัวจริง Forwarder ต้นทาง
Consignee ผู้นำเข้าตัวจริง หรือ To Order เอเย่นต์ Forwarder ปลายทาง
ผู้ปล่อย D/O เอเย่นต์ Forwarder ปลายทาง สายเรือ
จำนวนต่อตู้ มีได้หลายใบ เช่น LCL ปกติ 1 ใบต่อการจองกับสายเรือ

Original B/L, Surrender (Telex Release) และ Sea Waybill ต่างกันอย่างไร

คำถามต่อมาคือ ที่ปลายทางผู้นำเข้าจะรับสินค้าด้วยเอกสารอะไร มี 3 แบบหลัก

1. Original B/L (ต้นฉบับ)

สายเรือหรือ Forwarder ออก B/L ต้นฉบับ ซึ่งปกติเป็นชุด 3 ใบ (3/3) ผู้ส่งออกส่งต้นฉบับให้ผู้ซื้อหรือธนาคารทาง Courier และผู้นำเข้าต้องเวนคืนต้นฉบับอย่างน้อย 1 ใบจึงจะรับ D/O ได้ เมื่อใช้ต้นฉบับใบหนึ่งรับสินค้าแล้ว ใบที่เหลือจะสิ้นผล

  • เหมาะกับ: การชำระเงินผ่าน L/C หรือ D/P ที่ธนาคารถือเอกสาร และกรณีที่ผู้ขายต้องการคุมสินค้าไว้จนกว่าจะได้รับเงิน
  • ข้อควรระวัง: ถ้าต้นฉบับมาถึงช้ากว่าเรือ จะรับสินค้าไม่ได้และอาจเกิดค่า Demurrage (อ่านเพิ่ม: Demurrage กับ Detention ต่างกันอย่างไร) ถ้าต้นฉบับสูญหาย สายเรือมักให้วางหนังสือค้ำประกัน (Letter of Indemnity) ซึ่งมักต้องมีธนาคารค้ำประกันร่วมก่อนปล่อยสินค้า

B/L ต้นฉบับที่ระบุ Consignee เป็น “To Order” หรือ “To Order of (ธนาคาร)” โอนสิทธิ์ได้ด้วยการสลักหลัง จึงใช้คู่กับ L/C ได้ ส่วน B/L ที่ระบุชื่อผู้รับตายตัว (Straight B/L) โอนต่อด้วยการสลักหลังไม่ได้

2. Surrender B/L / Telex Release

สายเรือหรือ Forwarder ออกต้นฉบับตามปกติ แต่ผู้ส่งออกเวนคืนต้นฉบับครบชุดที่ต้นทาง จากนั้นต้นทางส่งข้อความแจ้งปล่อยสินค้า (Telex Release หรือ Express Release) ไปยังปลายทาง สำเนา B/L จะมีตราประทับ “SURRENDERED” และผู้นำเข้ารับ D/O ได้โดยไม่ต้องใช้ต้นฉบับ

  • เหมาะกับ: กรณีที่ผู้ขายได้รับเงินแล้ว เช่น โอนเงิน T/T ก่อนส่งหรือก่อนเรือถึง และเส้นทางใกล้ที่เรือมักถึงก่อนเอกสาร
  • ข้อควรระวัง: เมื่อ Surrender แล้ว ผู้ส่งออกจะหมดอำนาจควบคุมสินค้า จึงไม่ควร Surrender ก่อนได้รับชำระเงิน และมักมีค่าธรรมเนียม Telex Release ที่ต้นทาง

3. Sea Waybill

Sea Waybill คือเอกสารรับขนสินค้าทางทะเลที่ไม่มีต้นฉบับตั้งแต่แรก และไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิ์ในตัวสินค้า สายเรือจะปล่อยสินค้าให้ผู้รับที่ระบุชื่อไว้เมื่อแสดงตัวตนได้ถูกต้อง บางสายเรือเรียกเอกสารนี้ว่า Express B/L

  • เหมาะกับ: การส่งสินค้าระหว่างบริษัทในเครือ หรือคู่ค้าที่ไว้ใจกันและซื้อขายแบบให้เครดิต (Open Account)
  • ข้อควรระวัง: โอนขายสินค้าระหว่างทางด้วยการโอนเอกสารไม่ได้ และโดยทั่วไปใช้กับ L/C ไม่ได้ เว้นแต่ L/C ระบุให้ใช้ Sea Waybill
หัวข้อ Original B/L Surrender / Telex Release Sea Waybill
มีต้นฉบับ มี ปกติ 3 ใบ มี แต่เวนคืนที่ต้นทาง ไม่มี
เอกสารแสดงสิทธิ์ ใช่ ใช่ จนกว่าจะ Surrender ไม่ใช่
โอนด้วยการสลักหลัง ได้ ถ้าเป็น To Order ไม่ได้หลัง Surrender ไม่ได้
ผู้นำเข้ารับ D/O ด้วย ต้นฉบับ 1 ใบ ข้อความปล่อยสินค้าจากต้นทาง การแสดงตัวว่าเป็นผู้รับที่ระบุชื่อ
ใช้กับ L/C ได้ ไม่ค่อยใช้ เฉพาะเมื่อ L/C ระบุ
ความเร็วที่ปลายทาง ช้าที่สุด (รอ Courier) เร็ว เร็วที่สุด
ความเสี่ยงหลัก เอกสารล่าช้าหรือสูญหาย Surrender ก่อนได้รับเงิน ผู้ขายไม่มีเอกสารไว้ต่อรองการชำระเงิน

เลือกแบบไหนดี

  • ชำระเงินผ่าน L/C หรือ D/P → ใช้ Original B/L
  • ผู้ขายได้รับเงินแล้ว (T/T ล่วงหน้า หรือโอนก่อนเรือถึง) → ใช้ Surrender / Telex Release
  • บริษัทในเครือ หรือคู่ค้าที่ไว้ใจกันและให้เครดิต → ใช้ Sea Waybill

ควรตกลงประเภท B/L กับคู่ค้าตั้งแต่ตอนทำสัญญาซื้อขาย และแจ้ง Forwarder ตั้งแต่ตอนจองระวาง เพราะการเปลี่ยนภายหลังอาจมีค่าใช้จ่ายและทำให้ปล่อยสินค้าล่าช้า

ข้อควรตรวจก่อนออก B/L

  • ตรวจ Draft B/L ให้ชื่อและที่อยู่ของ Shipper, Consignee และ Notify Party รายละเอียดสินค้า จำนวนหีบห่อ น้ำหนัก และท่าต้นทาง-ปลายทาง ตรงกับ Invoice, Packing List และเงื่อนไขใน L/C
  • ในงานนำเข้า เลข B/L ที่ใช้ยื่นใบขนสินค้าต้องตรงกับบัญชีสินค้าสำหรับเรือ (Manifest) ถ้าเป็นงานผ่าน Forwarder ต้องจับคู่เลข Master B/L กับ House B/L ให้ถูกต้อง
  • รู้ล่วงหน้าว่าจะรับ D/O จากใคร: House B/L รับกับเอเย่นต์ของ Forwarder ส่วน Direct B/L รับกับสายเรือ
  • ถ้าใช้ Original B/L ให้เผื่อเวลาส่งเอกสาร โดยเฉพาะเส้นทางใกล้ เช่น จีน เวียดนาม หรือมาเลเซีย ที่เรือมักถึงไทยก่อนเอกสาร

คำถามที่พบบ่อย

Express B/L คืออะไร

เป็นชื่อเรียกที่แต่ละสายเรือใช้ไม่ตรงกัน บางแห่งหมายถึง Sea Waybill บางแห่งหมายถึง B/L ที่ Surrender แล้ว ควรถามให้ชัดว่าที่ปลายทางผู้นำเข้าต้องใช้เอกสารอะไรในการรับสินค้า

Telex Release ใช้เวลานานแค่ไหน

โดยทั่วไปดำเนินการได้ภายในวันเดียวกันหรือวันทำการถัดไป หลังจากผู้ส่งออกเวนคืนต้นฉบับครบชุดและชำระค่าใช้จ่ายที่ต้นทางแล้ว ควรขอสำเนาที่มีตรา SURRENDERED หรือข้อความยืนยันจากสายเรือทุกครั้ง

ถ้า B/L ต้นฉบับหาย ต้องทำอย่างไร

แจ้งสายเรือหรือ Forwarder ทันที โดยทั่วไปต้องวางหนังสือค้ำประกัน (Letter of Indemnity) ซึ่งมักต้องให้ธนาคารลงนามค้ำประกันร่วม ก่อนปล่อยสินค้าหรือออกต้นฉบับชุดใหม่ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย

Sea Waybill ใช้กับ L/C ได้ไหม

ได้เฉพาะเมื่อ L/C ระบุว่ายอมรับ Sea Waybill เพราะ L/C ส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้ B/L ต้นฉบับชุดเต็ม (Full set of clean on board original B/L)

ผู้นำเข้าต้องใช้ House B/L หรือ Master B/L

ผู้นำเข้าใช้เอกสารที่ออกในชื่อของตนเอง ถ้าจองผ่าน Forwarder คือ House B/L และรับ D/O กับเอเย่นต์ของ Forwarder ส่วน Master B/L เป็นเอกสารระหว่าง Forwarder กับสายเรือ

ต้องการให้ Met-Logs ช่วยตรวจ Draft B/L ประสาน Telex Release หรือดูแลพิธีการศุลกากรทั้งขาเข้าและขาออก ดูรายละเอียดที่ บริการตัวแทนออกของ และ ขนส่งทางเรือ FCL/LCL และทางอากาศ

มีคำถามเรื่อง B/L หรือต้องการให้ช่วยดูแลชิปเมนต์?

ทีมงาน Met-Logs ตอบกลับในวันทำการ จันทร์–เสาร์ 08:30–17:30 น.

📞 โทร 02-415-4323📝 ขอใบเสนอราคา✉️ support@met-logs.com

Read in English: Bill of Lading Types Explained: House vs Master B/L, Original vs Surrender (Telex Release) vs Sea Waybill