หลังคืนตู้เปล่าไปแล้วหลายสัปดาห์ ผู้นำเข้า-ส่งออกหลายรายกลับได้รับใบแจ้งหนี้ ค่าซ่อมตู้ (Container Repair Charge) จากสายเรือ หรือถูกหักจากเงินมัดจำตู้ โดยไม่รู้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นตอนไหน บทความนี้อธิบายว่าค่าซ่อมตู้เกิดขึ้นอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ ความเสียหายแบบไหนถูกเรียกเก็บบ่อย และ 10 วิธีป้องกันที่ทำได้ทันที
Read in English: Container Repair Charges: Why Shipping Lines Charge for Damage and 10 Ways to Avoid Them
- ค่าซ่อมตู้มาจากการตรวจสภาพตู้ของลานตู้ตอนคืนตู้เปล่า และสายเรือเรียกเก็บจากผู้ที่รับตู้ไปใช้
- ผู้นำเข้า-ส่งออกรับผิดชอบตู้ตั้งแต่รับตู้ออกจากท่าหรือลาน จนคืนตู้ โดยมีใบ EIR เป็นหลักฐานสภาพตู้ทุกครั้งที่ส่งมอบ
- ความเสียหายที่พบบ่อย: พื้นตู้จากโฟล์กลิฟต์ ผนังบุบ ประตูและยางขอบประตู รูตะปู คราบสกปรกและกลิ่น และสติกเกอร์ที่ไม่ได้ลอก
- ป้องกันได้ด้วยการตรวจและถ่ายรูปตอนรับตู้ ขนถ่ายอย่างระมัดระวัง และทำความสะอาดก่อนคืนตู้

ค่าซ่อมตู้สายเรือคืออะไร
เมื่อคืนตู้เปล่าที่ลานตู้ (Depot) เจ้าหน้าที่ของลานจะตรวจสภาพตู้ (Survey) ตามเกณฑ์ของสายเรือ ถ้าพบความเสียหายหรือความสกปรกเกินกว่าการใช้งานปกติ ลานตู้จะจัดทำใบประเมินค่าซ่อม (Estimate of Repair) ที่ระบุตำแหน่ง ลักษณะความเสียหาย และวิธีซ่อม จากนั้นสายเรือจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ที่รับตู้ไปใช้งาน ค่าใช้จ่ายนี้รวมค่าแรงและค่าวัสดุ และอาจมีค่าล้างตู้ (Cleaning Fee) ถ้าตู้สกปรก มีกลิ่น หรือมีสติกเกอร์ค้างอยู่
ในไทย สายเรือหลายรายเก็บเงินมัดจำตู้ (Container Deposit) ตอนออกใบสั่งปล่อยสินค้า (D/O) และคืนเงินหลังคืนตู้ โดยหักค่าซ่อม ค่าล้างตู้ และค่า Detention (ถ้ามี) ออกก่อน ค่าซ่อมตู้จึงกระทบทั้งต้นทุนและระยะเวลาที่จะได้เงินมัดจำคืน
ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมตู้
ตามเงื่อนไขของสายเรือส่วนใหญ่ ผู้ที่รับตู้ไปใช้งานต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างที่ตู้อยู่ในความดูแลของตน
- งานนำเข้า: ตั้งแต่ลากตู้สินค้าออกจากท่า ขนถ่ายสินค้าที่โรงงาน จนคืนตู้เปล่าที่ลาน
- งานส่งออก: ตั้งแต่รับตู้เปล่าจากลาน บรรจุสินค้า จนส่งตู้สินค้าเข้าท่า
ถ้าความเสียหายเกิดจากบริษัทรถหรือผู้รับจ้างขนถ่ายสินค้า โดยทั่วไปผู้นำเข้า-ส่งออกยังต้องชำระให้สายเรือก่อน แล้วเรียกร้องต่อจากคู่สัญญาหรือบริษัทประกันตามข้อตกลงระหว่างกัน
ส่วนความเสื่อมสภาพตามปกติ (Wear and Tear) เช่น สนิมผิว รอยขีดข่วน หรือรอยบุบเล็กน้อยที่อยู่ในเกณฑ์ ไม่ควรถูกเรียกเก็บ เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินขึ้นกับสายเรือแต่ละราย ซึ่งมักอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น IICL หรือ UCIRC
ใบ EIR คือหลักฐานสำคัญที่สุด
EIR (Equipment Interchange Receipt) คือใบรับ-ส่งมอบตู้ที่ท่าหรือลานตู้ออกให้ทุกครั้งที่ตู้เข้า-ออก บันทึกเลขตู้ วันเวลา และสภาพตู้ ณ ตอนส่งมอบ ถ้าตอนรับตู้ไม่ได้บันทึกความเสียหายเดิมไว้ในใบ EIR ความเสียหายที่พบตอนคืนตู้จะถูกถือว่าเกิดขึ้นระหว่างที่ตู้อยู่กับเรา
ใบ EIR ร่วมกับรูปถ่ายที่เห็นเลขตู้และวันเวลา จึงเป็นหลักฐานหลักเมื่อต้องโต้แย้งค่าซ่อมตู้
ความเสียหายที่ถูกเรียกเก็บบ่อย
| ความเสียหาย | สาเหตุที่พบบ่อย | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| พื้นตู้แตก เป็นหลุม หรือทะลุ | งาโฟล์กลิฟต์ขูด หรือใช้รถยกที่หนักเกินพิกัดพื้นตู้ | ใช้รถยกขนาดเหมาะสม และระวังงาขูดพื้น |
| ผนังหรือหลังคาบุบ ทะลุ | ชนระหว่างบรรจุหรือขนถ่าย สินค้าล้มกระแทกหรือกดทับ | ยึดสินค้าให้แน่น และขับรถยกอย่างระมัดระวัง |
| ประตู ก้านล็อก ยางขอบประตู | ปิดประตูแรง สินค้าดันประตู ยางฉีกขาด | ใช้แผงกั้นหน้าประตู และเปิด-ปิดประตูอย่างถูกวิธี |
| รูตะปู รูเจาะ รอยเชื่อม | ตอกไม้ค้ำหรือยึดอุปกรณ์เข้ากับตัวตู้ | ใช้จุดผูกยึด สายรัด และถุงลมกันกระแทกแทน |
| คราบสกปรก น้ำมัน กลิ่น | สินค้ารั่วซึม หรือไม่ทำความสะอาดก่อนคืนตู้ | ใช้บรรจุภัณฑ์กันรั่ว และทำความสะอาดก่อนคืนตู้ |
| สติกเกอร์ ป้ายสินค้าอันตราย | ไม่ลอกฉลากและป้าย IMO หลังขนถ่ายสินค้า | ลอกออกให้หมดก่อนคืนตู้ |
10 วิธีหลีกเลี่ยงค่าซ่อมตู้
ก่อนรับตู้
- ตรวจสภาพตู้ก่อนรับ เดินดูรอบตู้ทั้ง 4 ด้าน ดูหลังคาเท่าที่มองได้ แล้วตรวจภายในทั้งพื้น ผนัง ประตู ก้านล็อก และยางขอบประตู ทดสอบแสงลอด (Light Test) โดยให้คนหนึ่งเข้าไปในตู้แล้วอีกคนปิดประตูชั่วครู่ ถ้ามีรูรั่วจะเห็นแสงลอดเข้ามา ถ้าตู้เปล่าสำหรับส่งออกไม่พร้อมใช้ ขอเปลี่ยนตู้ได้
- ให้บันทึกความเสียหายเดิมลงใบ EIR ถ้าพบรอยบุบ รู หรือความเสียหายอื่น ให้เจ้าหน้าที่ท่าหรือลานตู้บันทึกลงใบ EIR ก่อนนำตู้ออก และเก็บสำเนาไว้
- ถ่ายรูปหรือวิดีโอ ถ่ายทุกด้านทั้งภายนอกและภายใน ให้เห็นเลขตู้ เลขซีล และวันเวลาในภาพ เก็บไฟล์ไว้อย่างน้อยจนกว่าจะได้รับเงินมัดจำตู้คืน
ระหว่างบรรจุและขนถ่ายสินค้า
- ใช้โฟล์กลิฟต์ให้เหมาะสม ใช้รถยกที่น้ำหนักไม่เกินพิกัดของพื้นตู้ ใช้แผ่นทางลาด (Dock Plate) ระหว่างชานชาลากับตู้ และระวังงารถยกกระแทกผนังหรือขูดพื้น
- กระจายน้ำหนักสินค้า วางสินค้าหนักให้น้ำหนักกระจาย ใช้ไม้รองหรือแผ่นรองเพื่อไม่ให้น้ำหนักกดลงจุดเดียว และไม่บรรทุกเกินน้ำหนักที่ตู้รับได้
- ห้ามตอกตะปู เจาะ หรือเชื่อมตัวตู้ ยึดสินค้าด้วยจุดผูกยึด (Lashing Points) ที่มีอยู่ สายรัด หรือถุงลมกันกระแทก (Airbag) แทนการตอกไม้ค้ำลงพื้นหรือผนัง
- ป้องกันการรั่วซึม สินค้าเหลว สารเคมี หรือสินค้าที่มีกลิ่นแรง ควรใช้บรรจุภัณฑ์กันรั่วหรือแผ่นรองกันซึม (Liner) และถ้าหกเลอะให้ทำความสะอาดทันที
ก่อนคืนตู้
- เก็บเศษวัสดุและทำความสะอาด นำไม้ค้ำ ตะปู เชือก พลาสติก และถุงลมออกให้หมด แล้วกวาดตู้ให้สะอาดและไม่มีกลิ่น
- ลอกสติกเกอร์และป้ายทั้งหมด โดยเฉพาะป้ายสินค้าอันตราย (IMO Labels) ที่ติดข้างตู้ ถ้าเหลือค้างมักถูกคิดค่าล้างตู้หรือค่าลอกป้าย
- ถ่ายรูปตอนคืนตู้และคืนให้ตรงเวลา ถ่ายรูปสภาพตู้ก่อนส่งคืน ตรวจใบ EIR ขาคืนให้ถูกต้อง และคืนตู้ที่ลานที่สายเรือกำหนดภายในระยะเวลาปลอดค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เกิดค่า Detention (อ่านเพิ่ม: Demurrage กับ Detention ต่างกันอย่างไร)
ถ้าโดนเรียกเก็บค่าซ่อมตู้ ต้องทำอย่างไร
- ขอหลักฐานให้ครบ: รูปถ่ายความเสียหาย ใบ EIR ทั้งตอนรับและตอนคืนตู้ และใบประเมินค่าซ่อมที่ระบุตำแหน่งและรหัสความเสียหาย
- เทียบกับหลักฐานของเรา: ดูรูปถ่ายและใบ EIR ตอนรับตู้ ว่าความเสียหายมีอยู่ก่อนแล้วหรือไม่
- โต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษร: ถ้าเป็นความเสียหายเดิมหรือเป็นความเสื่อมสภาพตามปกติ ให้ส่งหลักฐานโต้แย้งภายในระยะเวลาที่สายเรือกำหนด
- ยอดสูง ขอตรวจสภาพร่วมกัน (Joint Survey): ขอตรวจตู้ร่วมกันก่อนลงมือซ่อม และดูว่าวิธีซ่อมที่เสนอเหมาะกับความเสียหายจริง
- เรียกร้องต่อผู้ที่ทำให้เสียหาย: ถ้าความเสียหายเกิดจากรถขนส่งหรือผู้รับจ้างขนถ่าย ให้แจ้งเรียกร้องหรือเคลมประกันตามข้อตกลง
สำหรับสินค้าที่เสี่ยงทำให้ตู้เสียหาย สายเรือบางรายมีบริการคุ้มครองความเสียหายของตู้ (Damage Protection) ให้ซื้อเพิ่ม ซึ่งช่วยจำกัดค่าซ่อมสูงสุดที่ต้องจ่าย ควรสอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ค่าซ่อมตู้แพงแค่ไหน
ขึ้นกับชนิดและขนาดของความเสียหาย ประเภทตู้ และอัตราค่าแรงของลานตู้ ตั้งแต่ค่าล้างตู้หรือค่าลอกสติกเกอร์ ไปจนถึงการเปลี่ยนไม้พื้นหรือแผงผนัง ซึ่งอาจสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อตู้ ส่วนตู้เย็น (Reefer) ที่เครื่องทำความเย็นเสียหายมักมีค่าซ่อมสูงกว่าตู้แห้งมาก
ค่าล้างตู้ต่างจากค่าซ่อมตู้อย่างไร
ค่าล้างตู้ (Cleaning Fee) เกิดจากความสกปรก คราบ กลิ่น หรือสติกเกอร์ที่ค้างอยู่ ส่วนค่าซ่อมตู้เกิดจากความเสียหายทางกายภาพ เช่น พื้นแตก ผนังบุบ หรือประตูเสีย ทั้งสองอย่างถูกหักจากเงินมัดจำตู้ได้
ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปตอนรับตู้ ยังโต้แย้งได้ไหม
ยังทำได้ถ้าใบ EIR ตอนรับตู้บันทึกความเสียหายไว้ แต่ถ้าไม่มีทั้งรูปถ่ายและบันทึกในใบ EIR โอกาสโต้แย้งสำเร็จจะต่ำมาก จึงควรถ่ายรูปทุกครั้งที่รับและคืนตู้
เงินมัดจำตู้จะได้คืนเมื่อไหร่
หลังคืนตู้และลานตู้ตรวจสภาพแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับสายเรือแต่ละราย และจะหักค่าซ่อม ค่าล้างตู้ หรือค่า Detention (ถ้ามี) ก่อนคืนส่วนที่เหลือ
Met-Logs ช่วยอะไรได้บ้าง
Met-Logs ให้บริการรถหัวลากขนตู้ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง ICD ลาดกระบัง ท่าเรือกรุงเทพ กับโรงงานย่านพระราม 2 และสมุทรสาคร พร้อมงานพิธีการศุลกากรขาเข้า-ขาออก เราช่วยตรวจสภาพตู้ เก็บภาพหลักฐานตอนรับและคืนตู้ และประสานกับสายเรือเมื่อต้องโต้แย้งค่าซ่อม ดูรายละเอียดที่ บริการรถหัวลากขนตู้คอนเทนเนอร์ และ บริการตัวแทนออกของ
บทความที่เกี่ยวข้อง: Demurrage กับ Detention ต่างกันอย่างไร · B/L แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
ต้องการรถหัวลากหรือตัวแทนออกของที่ช่วยดูแลเรื่องตู้ให้?
ทีมงาน Met-Logs ตอบกลับในวันทำการ จันทร์–ศุกร์ 08:30–17:30 น.
Read in English: Container Repair Charges: Why Shipping Lines Charge for Damage and 10 Ways to Avoid Them